ที่มาโครงการ  

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีนโยบายในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ น้อมนำมาใช้ในภารกิจที่ผลักดันทันที คือ ภารกิจ : "ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา" ในการอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพมหานคร เพื่อสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลน ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร ตลอดถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่เขตบางขุนเทียน

พื้นที่เขตบางขุนเทียนเป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวของกรุงเทพหานครที่ติดทะเล ในอดีตพื้นที่ชายฝั่งทะเล บางขุนเทียน เป็นแนวฝั่งที่มีความสมบรูณ์มาก แต่เนื่องจากป่าชายเลนบริเวณนี้ได้ถูกบุกรุกตัด ฟันลงเพื่อการทำนากุ้งเป็นส่วนใหญ่ และรวมถึงได้รับอิทธิพลจากลมแรงและคลื่นบริเวณชายฝั่งทำให้ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งถูกทำลายเป็นจำนวนมาก

ต่อมาในปี พ.ศ.2532 ได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้จำแนกพื้นที่ป่าชายเลนบางขุนเทียน ออกจากป่าไม้ถาวรแห่งชาติ และกรมป่าไม้ได้มอบพื้นที่ให้เป็นที่ดินในความดูแลของกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,735 ไร่ จากนั้นได้มีการจัดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาทำมาหากิน ส่งผลให้ป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลาย เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นนากุ้ง และจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำหมุนและคลื่นทะเลบริเวณปากอ่าวไทย ทำให้ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะพังทลาย เสียหาย

กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเลเป็นระยะทางประมาณ 4.7 กิโลเมตร ปัญหาการกัดเซาะตามแนวชายฝั่งเกิดสะสมมาเป็นเวลานาน ชายฝั่งที่เคยมีป่าชายเลนอุดมสมบรูณ์ถูกกัดเซาะ ถอยร่นห่างจากฝั่งไปแล้ว 900-1,200 เมตร ปัจจุบันกลายเป็นผืนน้ำ การกัดเซาะชายฝั่งมีอัตราเฉลี่ยปีละ 7 เมตรต่อปี

ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ปัญหา โดยการสร้างเขื่อนหินทิ้ง ตั้งแต่ พ.ศ.2534- 2536 และมีมาตรการสร้างสิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกัน ยับยั้งการกัดเซาะชายฝั่งและดักจับดินตะกอนที่มีความเหมาะสมมากที่สุดคือการสร้าง T-Groin ยาว 200 เมตร หัวตัว T ยาว 200 เมตร ระยะช่องเปิดกว้าง 300 เมตร และสร้างเขื่อนปิดช่องเปิดในรูปแบบสลับฟันปลา ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยจะดำเนินการร่วมกับการปลูกป่าชายเลนเพื่อเป็นแนวกันชน

จากการสำรวจพบว่า ปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณแนวชายฝั่งทะเลบางขุนเทียนเหลืออยู่เพียงเป็นแนวแคบๆ ตลอดชายฝั่งทะเลมีความกว้างประมาณ 10-300 เมตร เท่านั้น 2544 พบว่าเหลือป่าชายเลนตามแนวชายฝั่งทะเลเพียง 200 ไร่เศษเท่านั้น

สภาพป่าชายเลนปัจจุบันมีความหนาประมาณ 50 เมตร ถือว่าอยู่ในระดับวิกฤติ ซึ่งโดยทั่วไปควรจะมี ป่าชายเลนที่มีความสมบรูณ์ทั่วโลกต้องมีความหนาอยู่ที่ประมาณ 300 เมตร หากไม่มีมาตรการป้องกันคาดว่าภายใน 10 ปี ป่าชายเลนที่เหลืออยู่จะถูกทำลายทั้งหมด และที่สำคัญประชาชนอาจจะต้องสูญเสียที่ดินริมชายฝั่งทะเลมากกว่า 50 เมตร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงได้กำหนดจัดโครงการอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลนชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน กรุงเทพมหานครขึ้น ภายใต้ภารกิจ : "ปลูกป่าในใจคนตามศาสตร์พระราชา" ในการอนุรักษ์และปลูกป่าชายเลนทะเลกรุงเทพมหานคร เพื่อสนองพระราชดำริด้านการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลน ในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โครงการนี้ กทม.จะร่วมมือกับภาคเอกชน (Corporate Social sesponsibility) ร่วมปลูกป่าและบริจาคเงินเข้ากองทุน กำหนดดำเนินการ 3,000 ไร่ โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ระยะในเวลา 3 ปี ให้เอกชนดำเนินการร้อยละ 30 ส่วนที่เหลืออีก ร้อยละ 70 จะเป็นส่วนของประชาชนที่ต้องการเข้าร่วม ในปีแรกจะปลูก 1,000 ไร่จากชายป่าเดิม (จะเริ่มในเดือนก.พ. 2560) ปีที่ 2 จะปลูกในระยะถัดไปอีก 1,000 ไร่ และปีที่ 3 จะเป็นระยะใกล้ทะเลที่สุดอีก 1.000 ไร่ เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ จะได้ป่าโกงกางที่มีสัญลักษณ์เลข 9 ที่ปลูกด้วยต้น "โปรงทอง" อยู่กลางแปลง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในการดำเนินการดังกล่าว ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนชายทะเลบางขุนเทียน มอบหมายให้สำนักงานเขตบางขุนเทียนประชุมสร้างความเข้าใจกับประชาชน ให้เกิดการมีส่วนร่วม นำองค์ความรู้ดั้งเดิมและวิถีชีวิตชุมชนมาประยุกต์ใช้ในการปลูกและดูแลป่าชายเลน พาไปศึกษาดูงาน ณ เทศบาลตำบลปากน้ำประแส จ.ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สามารถดำเนินการปลูกป่าชายเลนได้ประสบผลสำเร็จ เป็นกิจกรรมแรกที่กรุงเทพมหานครได้ปลูกต้นไม้ในใจแก่ พี่น้องประชาชนชายทะเลบางขุนเทียน ให้เกิดความความรู้ ความเข้าใจ ที่จะก่อให้เกิดจิตสำนึกและเห็นความจำเป็นในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน

"ปลูกต้นไม้ในใจคนหมายถึง ประการแรก ต้องเข้าใจว่าเราปลูกต้นไม้ทำไม ต้องให้เห็นประโยชน์ว่าประโยชน์คืออะไร จำเป็นต่อชีวิตอย่างไร ประการที่สองปลูกต้นไม้เป็นการปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดินน้ำ ลมไฟที่อยู่รอบตัวเรา" นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน กล่าวว่า การฟื้นฟูป่าชายเลนโดยชุมชนมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงให้จัดการศึกษาดูงาน แก่ประชาชนทั้ง 6 ชุมชนที่อยู่ติดชายทะเลบางขุนเทียน ได้แก่ ชุมชนชายทะเล-บางขุนเทียน ชุมชนเสาธง ชุมชนศรีกุมาร ชุมชนคลองพิทยาลงกรณ์ ชุมชนหลวงพ่อเต่า และชุมชนแสนตอ เมื่อพี่น้องประชาชนเกิดความความรู้ ความเข้าใจก็จะช่วยกันรักษาป่าชายเลนที่เหลืออยู่น้อยนิด ช่วยกันฟื้นฟู และปลูกป่าให้สมบูรณ์เอาไว้ให้ลูกหลานในอนาคต ซึ่งคาดไว้ว่าจะการปลูกป่าจะดำเนินการได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งจะเป็นช่วงน้ำทะเลมีระดับต่ำ กทม.จะร่วมมือกับภาคเอกชน ร่วมปลูกป่าชายเลน และพี่น้องประชาชนทั้ง 6 ชุมชนนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาให้ป่าเจริญเติบโตสมบรูณ์ต่อไป ซึ่งหากการดำเนินงานแล้วเสร็จจะเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งจะมีการเก็บค่าเข้าชม เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาป่าชายเลน พร้อมเปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามาทำงานเพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลน โดยได้รับเงินค่าจ้างจากมูลนิธิ ซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีนโยบายให้ชุมชนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของในการอนุรักษ์ป่าชายเลน ซึ่งจะทำให้พี่น้องชุมชนในพื้นที่มีอาชีพ เกิดความหวงแหนป่าของตนเอง เท่ากับเป็นการปลูกป่าในใจคนได้อีกทางหนึ่งด้วย

แนวความคิดของการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าชายเลนนับว่า เป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง จะสังเกตได้ว่ามีชุมชน หลายแห่งประสบผลสำเร็จด้วยดีจากการจัดการของชุมชนท้องถิ่นเอง เพราะว่าชุมชนท้องถิ่นตามแนวชายฝั่ง ล้วนมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาและผูกพันกับทรัพยากร ป่าชายเลนอยู่แล้ว เช่น มีภูมิปัญญาและแนววิถีของชุมชนในการจัดการและอนุรักษ์ป่าชายเลนในรูปแบบและวิธีการที่แตกต่างกัน

อีกกิจกรรมที่สำคัญ คือกิจกรรมปลูกป่าในใจเด็กๆ เยาวชน ลูกหลานเขตบางขุนเทียน เป็นการปลูกป่าในใจคนที่ยั่งยืน เพราะที่นี่คือ "บ้านของพวกเขา" สำนักงานเขตบางขุนเทียนจัดกิจกรรมให้เด็กๆ นักเรียนได้มาเรียนรู้ เกิดประสบการณ์ เกิดความเข้าใจถึงปัญหาสถานการณ์ที่พวกเขาจะต้องเผชิญ และพวกเขาเหล่านี้ที่จะช่วยกันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้เหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง

เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ไปรู้จักกับทะเลบางขุนเทียน ช่วยเก็บขยะและไม้ไผ่ที่หักลอยเข้ามาในป่าชายเลน ได้เห็นปัญหาต่างๆ ได้ทานอาหาร ร่วมกัน ได้ฟังคุณลุง คุณป้าเล่าเรื่องทะเลให้ฟัง เด็กๆ อยากมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ ดูแล รักษาป่าชายเลน เด็กๆ หลายคนเกิดและอยู่ที่เขตบางขุนเทียน แต่ไม่เคยได้เห็นทะเลบางขุนเทียน เนื่องจากการเดินทางเข้าไปถึงทะเลบางขุนเทียนทำได้โดยการใช้เรือและเดินเท้า

สำหรับโครงการดังกล่าว กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนโครงการ ถือเป็นกิจกรรมความดี ที่ท่านจะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ด้วยการเจริญรอยตาม พระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน ที่จะรักษาผืนแผ่นดินนี้ ที่พระองค์รักให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง